จับตา หวังฉวนฟู ว่าที่ผู้นำรถEV คนใหม่ของโลก

หวังฉวนฟู (Wang Chuanfuu) คือมหาเศรษฐีชาวจีนเจ้าของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า BYD ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการเติบโตเร็วมากเมื่อเทียบกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าค่ายอื่น ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าBYDมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 9แสนคันในปี 2022 ในขณะที่เจ้าตลาดอย่างTeslaมียอดขายอยู่ที่ 1.3 ล้านคันทั่วโลก เรียกได้ว่ายอดขายBYDแทบจะขึ้นมาหายใจลดต้นคอTeslaกันเลยทีเดียว และที่สำคัญประวัติของผู้ชายที่ชื่อหวังฉวนฟู(เจ้าของแบรนด์BYD)จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาคนที่ขยันอีกทั้งยังฉลาดหลักแหลมไม่น้อยกว่า อีรอน มัสก์ (เจ้าของTesla)อีกด้วย
ประวัติของ หวังฉวนฟู
ชื่อ : Wang Chuanfuu (หวังฉวนฟู)
ทรัพย์สินโดยประมาณ : 20.4 B (Bคือหน่วยพันล้านเหรียญ)
สถานที่เกิด: Wuwei ประเทศจีน
ช่วงชีวิตวัยเด็ก : คุณหวังฉวนฟูเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนมาก จนกระทั่งเขาอายุย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็ต้องพบการสูญครั้งใหญ่คือเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกัน ทำให้ชีวิตเขาลำบากขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ด้วยความฉลาดและขยันของเขาทำให้หวังฉวนฟูได้รับทุนการศึกษาจากผู้ใจบุญซึ่งก็เป็นเพื่อนบ้านของเขานั่นเอง โดยอุปนิสัยของหวังฉวนฟูนั้นเป็นคนฉลาดและให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก จนในที่สุดเขาก็ได้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีในปี 1987 สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัย Central South University, และต่อมาในปี 1990 เขาก็สำเร็จการศึกษาปริญญาโทจากสถาบัน Beijing Non-Ferrous Research Institute
จุดเริ่มต้นแบรนด์BYD : หลังจากที่หวังฉวนฟูทำงานในองค์กรของรัฐบาลจีนได้5ปี เขาก็ตัดสินใจลาออกเพื่อมาก่อตั้งบริษัท Shenzhen BYD Battery Company ในปี 1995 ในช่วงแรกบริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจผลิตและพัฒนาแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์จนต่อมาBYDก็มารับผลิตแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้า EVแทน จนกระทั่งล่าสุดได้BYDก็ได้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าEVเป็นของตัวเอง (ซึ่ง BYD ย่อมาจากคำว่า Build Your Dream สร้างฝันของคุณเอง)
ทั่วโลกจับตา แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า BYD คาดว่าน่าจะเป็นแบรนด์เดียวที่มีโอกาสชนะTeslaในอนาคต
เนื่องจากความพร้อมด้านเทคโนโลยีของBYDนั้นอยู่ในระดับสูงมากซึ่งก็ใกล้เคียงกับแบรนด์รถEVของTeslaที่เป็นเจ้าตลาดในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนอีกทั้งได้รับการได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐและเอกชนในจีนทำให้BYDสามารถทำราคาขายเริ่มต้นของรถยนต์ไฟฟ้าEVได้ถูกกว่าเทสล่าอยู่มากพอตัว จึงให้เป็นจุดได้เปรียบกว่าคู่แข่ง โดยเหล่านักวิเคราะห์ทั่วโลกคาดการณ์ไว้ว่าBYDอาจมีแนวโน้มขึ้นแท่นเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลกในอนาคตอันใกล้นี้
ราคาขายของรถยนต์ BYD
-BYD Dolphin 799,999 บาท
-BYD Seal 1,500,000 -1.790,000 บาท
-BYD Atto3 ราคา 1,199,900 บาท
ราคาขายรถยนต์Tesla รุ่นModel3
-Performance 2,150,000 บาท
-Long Range 1,890,000 บาท
-Standard 1,590,000 บาท
สรุป
เชื่อว่าหวังฉวนฟูนั้นฉลาดและอ่านเกมส์ออกว่าทิศทางของรถยนต์ไฟฟ้าEVมีแนวโน้มว่าจะเติมโตแบบ 100% แน่นอน เนื่องจากตอนนี้พลังงานเชื้อเพลิงไม่ใช่คำตอบของรถยนต์ยุคใหม่อีกต่อไป รวมถึงความต้องการของตลาดปัจจุบันก็ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมาทดแทนรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะประหยัด ยืดหยุ่น และออฟชั่นที่หลากหลายกว่านั่นเอง
สำหรับผู้บริโภคอย่างเราคงต้องจับตาดูกันอีกทีว่าอุตสหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกนอกจากTesla กับ BYDแล้วจะมีแบรนด์ไหนบ้างที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์กับความต้องการของมนุษย์โลกได้บ้าง ซึ่งเชื่อว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้กำลังเริ่มต้นและยังพัฒนาไปได้มากกว่านี้อย่างแน่นอนครับ