digital-lava.svg
8 ธุรกิจที่มาแรงในปี 2021

8 ธุรกิจที่มาแรงในปี 2021

 

 

8 ธุรกิจที่มาแรงในปี 2021

หลังจากผ่านวิกฤตของการระบาดของโควิด 19 แน่นอนว่าธุรกิจต่างๆ เกิดปัญหามากมาย และทยอยปิดตัวกันไปเยอะมาก แต่อย่างไรก็ตามต้องบอกเลยว่าไม่ได้มีเพียงธุรกิจที่ทยอยปิดตัวไปเท่านั้น มีหลายธุรกิจที่ยังอยู่รอดในช่วงโควิด และยังสร้างผลกำไรกลับมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังมีบางธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรได้มากกว่าเดิม แม้จะเป็นช่วงวิกฤตโควิด 19 ก็ตาม ซึ่งเรามีธุรกิจมาแรงประจำปี 2021 มาฝากกันด้วย รับรองเลยว่าเป็นธุรกิจที่จะอยู่รอด แม้จะเป็นช่วงวิกฤตเลวร้ายก็ตาม

 

1.E-Commerce เพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ต้องบอกเลยว่าช่วงโควิด 19 ที่ผ่านเข้ามานั้น แม้จะทำให้ธุรกิจต่างๆขาดทุน จนหลายกิจการจำเป็นที่จะต้องปิดตัวลง แต่สำหรับธุรกิจออนไลน์แล้ว กลับสามารถไปต่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการที่ผู้คนไม่สามารถที่จะออกไปจับจ่ายใช้สอยได้ ทำให้จำเป็นที่จะต้องเข้ามาสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บ บางคนไม่เคยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มาก่อน หรือไม่ค่อยซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ขั้นตอนวิธีในการซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้ธุรกิจออนไลน์หรือเว็บ eCommerce นั้น สามารถเติบโตได้อย่างเหลือเชื่อ หลายๆเจ้ายังสร้างยอดขายได้ดีกว่าช่วงสถานการณ์ปกติอีกด้วย

 

2.ธุรกิจค้าปลีก เป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ แม้ว่าจะมีอีคอมเมิร์ชเจ้าใหญ่ ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน แต่ธุรกิจค้าปลีกยังสามารถทำตลาดออนไลน์ และสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ แม้ว่าส่วนแบ่งทางการตลาดนั้น อาจจะไม่ได้มากมาย แต่คนที่หันมาซื้อของออนไลน์นั้น ส่วนใหญ่ยังต้องการที่จะได้รับการบริการที่ดีไม่ต่างจากการซื้อจากหน้าร้านจริง ซึ่งแน่นอนว่าเว็บอีคอมเมิร์ชรายใหญ่ ไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลหรือคำแนะนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ธุรกิจค้าปลีก ที่สามารถเข้าถึงลูกค้า และพร้อมให้คำแนะนำลูกค้าได้ ยังสามารถที่จะอยู่รอดในตลาดได้

 

3.ธุรกิจเกี่ยวกับโดรน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ มีแนวโน้มในการทำธุรกิจออนไลน์ และสั่งซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ระบบการขนส่งที่มีอยู่ ไม่สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการใช้โดรนมาแก้ปัญหา เพื่อขนส่งสินค้าแทนคนนั้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และอาจจะเอามาแทนที่ระบบขนส่งบางประเภทในอีกไม่ช้า ธุรกิจที่ให้บริการและเข้ามาดูแลเกี่ยวกับโดรน จึงมีโอกาสที่จะเป็นแนวหน้า และสามารถประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

4.ธุรกิจระบบ Digital ที่ให้บริการธุรกิจด้วยกัน โดยช่วยให้ธุรกิจทั่วไป สามารถนำระบบ Digital มาใช้ในองค์กรได้อย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากหลายธุรกิจ ต้องการให้มีการทำกิจกรรมต่างๆผ่านระบบอินเทอร์เน็ตให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะช่วยประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุน แต่ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะยังขาดผู้เชี่ยวชาญในการเข้ามาจัดวางระบบ ซึ่งการวางระบบด้วยบุคลากรภายในบริษัท ที่ยังไม่มีประสบการณ์นั้น ย่อมนำความเสี่ยงมาสู่การทำธุรกิจ ดังนั้นจึงต้องการองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อมาดูแลระบบ Digital ทดแทน เพื่อให้การดำเนินงานนั้น เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

 

5.ธุรกิจการเรียนในอนาคต เป็นธุรกิจที่เข้ามาตอบสนองพฤติกรรมของคนยุคใหม่ ที่มีความคิดและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องการอิสระในการเรียนรู้ ดังนั้นการเรียนแบบเดิมๆ ที่ผู้เรียนไม่มีสิทธิ์เลือกก็จะหมดไป ในอนาคตผู้เรียนจะเลือกได้ว่าอยากจะเรียนวิชาใด และสามารถที่จะเลือกวิชาที่สนใจที่จะเรียนได้ ระบบการเรียนที่ตอบสนองต่อโลกอนาคต จึงต้องเป็นระบบตอบสนองต่อผู้เรียน ให้สามารถเลือกเรียนวิชาเรียนวิชาใดหรือเวลาใดก็ได้ ดังนั้นหากธุรกิจใดที่สามารถทำระบบการเรียน ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนยุคใหม่ได้ จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจสูงมาก

 

6.ธุรกิจพัฒนาระบบแชทออนไลน์ เป็นธุรกิจที่ต้องสร้างกล่องแชท ที่มีศักยภาพสูงมากกว่าปกติ เนื่องจากคนยุคใหม่ มีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเดิม ต้องการข้อมูลและข่าวสารโดยทันที หากระบบแชทที่พัฒนาขึ้น สามารถให้คำตอบกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ และดูแลผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าจะสร้างยอดขายอย่างมากมายให้กับธุรกิจ แต่หากธุรกิจไม่ให้ความสำคัญกับระบบกล่องแชท หากผู้ชมเว็บไม่ได้รับคำตอบเร็วเท่าที่ควร มักจะทำให้ผู้ชมไปหาข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น และเลือกซื้อสินค้าจากเว็บที่ให้ข้อมูลอย่างทันท่วงที

 

7.ธุรกิจการแพทย์เสมือนจริง เป็นธุรกิจที่ต้องยอมรับเลยว่าสามารถตอบสนองความต้องการคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกวันนี้ระบบสาธารณสุขทั่วโลก ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องการเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างเต็มที่ บุคลากรทางการแพทย์มีจำกัด ซึ่งมีผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษามากมาย ที่ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์จริง แต่สามารถใช้ระบบการแพทย์เสมือนจริงเพื่อวิเคราะห์อาการป่วย โดยรับยาจากระบบอัตโนมัติได้ไม่ยาก

 

8.ธุรกิจที่ทำงานเฉพาะทาง เป็นธุรกิจที่คาดว่าจะอยู่รอดในอนาคต เพราะการทำงานแบบทั่วไปนั้น อาจจะถูกแทนที่ด้วย AI ในไม่ช้า จึงทำให้คนที่มีสกิลการทำงาน ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำแทนได้จะตกงานกันหมด แต่ธุรกิจไหนที่มีบุคลากรเฉพาะด้านจะไปต่อได้ เนื่องจากไม่สามารถนำ AI มาทำงานเฉพาะด้านได้ โดยเฉพาะงานที่มีความละเอียด รวมถึงงานที่ต้องใช้จิตวิทยาในการวิเคราะห์ ย่อมไม่สามารถแทนที่ด้วย AI ได้อย่างแน่นอน ธุรกิจที่ทำงานเฉพาะทาง จึงมีแนวโน้มเติบโตไปได้อีกยาวนาน

 

 

ถอดรหัส โลกเสมือนจริง ช่วยธุรกิจได้จริงหรือ?

ถอดรหัส โลกเสมือนจริง ช่วยธุรกิจได้จริงหรือ?

         ปัจจุบันโลกกำลังก้าวสู่ยุคของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ที่มีเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนประกอบหลักที่ก่อให้เกิดการแข่งขันในการนำเทคโนโลยีมาใช้ทางธุรกิจ อย่าง Virtual Reality (VR) โลกเสมือน VR ทำให้เราวาร์ปการรับรู้ของผู้ใช้เข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง โดยใช้การเรนเดอร์ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกให้ออกมาสวยงามสมจริง จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ ๆ เราอาจจะพอนึกออกว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ถูกนำไปใช้ในด้านบันเทิงเสียมาก แต่จริง ๆ แล้วโลกเสมือนจริงสามารถช่วยภาคธุรกิจได้จริง ๆ น่ะหรือ เราจะพาถอดรหัสเพื่อหาคำตอบนั้นกันค่ะ

 

Virtual Reality (VR): เทคโนโลยีโลกเสมือน
            เป็นการจำลองวัตถุหรือองค์ประกอบเสมือนโดยผ่านอุปกรณ์สารสนเทศ ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่นั้นเลยก็ได้ พูดง่าย ๆ คือการสร้างโลกเสมือนที่ตัดขาดโลกภายนอกได้อย่างไร้ร่องรอย โดยทั่วไปจะใช้อุปกรณ์อย่างแว่น VR เมื่อเราใส่แว่นนี้ บรรยากาศรอบข้างจะเปลี่ยนไปตามสถานที่เสมือนจริงต่าง ๆ ที่อยู่ในแว่น เราสามารถเห็นแบบ 360 องศา ซึ่งเราจะพบได้มากในอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างธุรกิจเกมและการสื่อสารที่จะทำให้เราสามารถใกล้ชิดกันได้มากกว่าที่เคยเป็น

Picture1

 

 

Augmented Reality (AR): เมื่อโลกเสมือนมาบรรจบกับความจริง
        
เทคโนโลยีที่มีการผสมผสานโลกเสมือนเพิ่มเข้าไปในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อทำให้เกิดการกลมกลืนกันให้มากที่สุดจนมนุษย์อย่างเรา ๆ แยกไม่ออก โดยทำการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ เช่น Webcam สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ รวมถึงการใช้ Software ต่าง ๆ เพื่อจะทำให้ภาพที่เห็นในจอกลายเป็นภาพ 3 มิติ และมีมุมมอง 360 องศา อย่างเกมที่ดังมากในช่วงหลายปีที่ผ่าน “Pokemon GO” ซึ่งเราสามารถจับโปเกมอนที่โผล่ออกมาในสภาพแวดล้อมจริง ๆ ได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน นับว่าประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย

picture1

 

Augmented Reality ก้าวมาสู่บทบาทในภาคธุรกิจ
          
 โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้การให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องราวของแบรนด์สินค้าหรือการเข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับสินค้าถือเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมการขายได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกัน Augmented Reality (AR) ในธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ ก็ได้นำเทคโนลีดังกล่าวนี้มาเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับสินค้าในโลกเสมือนจริงผ่านแอพพลิเคชั่น AR แบบโต้ตอบและนำเสนอมุมมองของตัวสินค้าในหลายมิติ ทั้งได้สัมผัส ทดลองสินค้า ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการช่วยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ให้ง่ายขึ้นนั่นเอง เช่น ธุรกิจแบรนด์เครื่องแต่งกายและรองเท้าชื่อดังอย่าง Timberland ก็จับเอาเทคโนโลยี AR โดยการสร้าง Virtaul Fitting Mirror ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้ลองนำผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มาทาบกับตัวแทนการลองเสื้อผ้า รองเท้าจริง ๆ แน่นอนว่าลูกค้าสามารถสนุกสนานกับความแปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจ

Picture3

            หรืออย่างแวดวง Jewelry เอง บางครั้งการเลือกซื้อออนไลน์แบบเดิม ๆ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเครื่องประดับนั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ ถ้าเราไม่ได้ไปลองด้วยตัวเอง ด้วยความที่สินค้าอัญมณีเชื่อมโยงและสะท้อนกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน รวมถึงความหรูหราและราคาที่สูง ดังนั้น การนำเสนอสินค้าให้มีความน่าสนใจ มีสตอรี่เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะนำมาเป็นจุดขายให้เกิดความโดดเด่นในการตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการขายบนโลกออนไลน์ ที่ได้นำแอพพลิเคชั่น และการถ่ายภาพมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ลูกค้าได้ลองสินค้าจริง ๆ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยังหน้าร้าน

 

Picture4

Picture5

            นอกจากการเล่าเรื่องราว การสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์สินค้าและลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นและโน้มน้าวให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้นด้วย   

 

            นอกจากนี้ เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถใช้ในการเผยแพร่แบรนด์สินค้าไปทั่วโลก ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้เป็นจำนวนมาก เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว เปรียบเทียบกับกลยุทธ์ทางการตลาดเดิม ๆ ที่นำเสนอขายเครื่องประดับในแคตตาล็อกราคาแพงพร้อมภาพสุดหรู กับการใช้ Augmented Reality (AR) ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น นั่นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนโดย AR สามารถนำเสนอข้อมูล ทั้งในการถ่ายทอดเรื่องราว การสัมผัสกับสินค้าเสมือนจริง ซึ่งสามารถให้รายละเอียดให้กับลูกค้าได้ในทุกมุมมอง AR จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความเสมือนจริง และยังช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอและมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนั่นเอง

ความท้าทายของธุรกิจ ทำอย่างไรให้รอดในยุคโควิด

ความท้าทายของธุรกิจ ทำอย่างไรให้รอดในยุคโควิด

ฉันต้องรอด! – ฝ่าภาวะวิกฤตเพื่อไปเจอวิกฤตกว่า
          
ใครที่กำลังโอดโอยว่าโควิดทำเศรษฐกิจตอนนี้แย่ แล้วคิดว่าถ้าจบโควิดแล้วอะไรจะดีกว่านี้ บอกเลยว่า หลังจากที่เศรษฐกิจพัง ยังต้องใช้เวลาที่จะเยียวยา ฟื้นฟูต่ออีก 1 – 2 ปี โน้นแหละค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตาย เพราะเราต้องรอด! เราจะมาเตรียมตัวเพื่อฝ่าวิกฤตนี้กัน

 

 1.New Normal ในทุกกระบวนการ

                     ธุรกิจต้องเริ่มตื่นตัวที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์และ Business Model เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้ หากคุณยังยึดติดอยู่กับวิธีการเดิม ๆ เท่ากับว่าคุณกำลังสวนกระแสวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น นั่นแปลว่าคุณกำลังฆ่าตัวตาย กลยุทธ์ที่กำลังมาในช่วงเวลานี้ ที่ต่อเนื่องติดพันมาตั้งแต่ช่วงกักตัว นั่นคือ การเปลี่ยนจากธุรกิจออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ จะเห็นได้ว่าช่วงกักตัว ผู้คนต่างใช้บริการออนไลน์กันเพิ่มขึ้นทวีคูณ ซึ่งยังคงต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ถือว่าเป็น New Normal ที่คนเริ่มคุ้นชิน สะดวกใจที่จะใช้บริการ การจับจ่ายซื้อของเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็ว นั่นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะคว้าเอาไว้ ส่วน Business Model  คุณจะต้องสภาพของตลาดตอนนี้ให้ออก เช่น เมื่อก่อนคุณอาจจะขายหน้าร้านเป็นหลัก แต่พอเจอโควิด คนมาเดินน้อยลง คนซื้อออนไลน์มากขึ้น ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะขายหน้าร้าน ธุรกิจคุณคงหายไปในเร็ววันแน่ ๆ และอย่าสุดท้าย คือ การแตกไลน์ของธุรกิจให้น่าสนใจมากขึ้น คุณอาจจะต้องลองทำ Mind Map ความคิดสักหน่อยว่า สินค้าของคุณมันตันแล้วหรือยัง ถ้ายัง สามารถต่อยอดอะไรออกไปได้บ้าง ซึ่งถ้าอันหนึ่งไม่ดี แต่อีกอันดีกว่า เราก็สามารถเทไปยังอันที่ดีกว่าได้นั่นเอง

 

 

 2.ใช้ประโยชน์จากมาตรการเยียวยาของภาครัฐ

                    ผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการจะต้องรีบประเมินสถานการณ์ธุรกิจของตัวเอง และวางแผน แนวทางที่จะนำเอามาตรการของภาครัฐมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับกิจการของตนเองมากที่สุด โดยอย่าไปจำกัดแค่ในเรื่องการกู้ยืมเงิน เพราะนั่นไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก แต่ควรขอคำปรึกษาเพื่อที่จะใช้ปรับปรุงกิจการ หรือกระบวนการภายในบริษัทให้ดีขึ้นกว่าเดิม การแนะนำเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณงอมืองอเท้าเพื่อให้ภาครัฐเยียวยาอย่างเดียวนะคะ เพราะท้ายที่สุด การช่วยเหลือตัวเองคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครรู้ปัญหาได้ดีเท่ากับตัวผู้ประกอบการเอง

3.เทคโนโลยี : กุญแจสำคัญที่จะพาให้ธุรกิจรอด

                    จากการสำรวจพบว่าหนึ่งในธุรกิจที่จะยังคงอยู่ได้ในสภาวะเช่นนี้ นั่นคือ ธุรกิจด้านเทคโนโลยี นั่นแปลว่าการเปิดรับเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในธุรกิจของคุณเป็นเรื่องที่ควรทำ หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดได้ จะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดปัญหาเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่มาจากมนุษย์อย่างการจ้างพนักงานเพิ่ม หรือต้นทุนที่มาจากทรัพยากร ข้าวของเครื่องใช้ และยังเป็นตัวช่วยเพิ่มผลผลิตต่าง ๆ ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดด้วย ให้เราจำไว้เสมอว่า ธุรกิจที่ฟื้นตัวได้เร็ว จะมีโอกาสอยู่รอดในช่วงหลังโควิดมากที่สุด และเราควรมองจุดนี้ให้เป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจของโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเดิม ๆ ไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น เราจึงควรมีความคิดสร้างสรรค์ การไม่ยึดติดกับอะไรเดิม ๆ และเปิดใจกว้างต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ด้วย

 

 

4.การรักษาความสัมพันธ์ของกลุ่มฐานลูกเก่า

                    หากคุณมีลูกค้าเก่าที่มีความเป็น Brand Loyalty แล้วล่ะก็ ควรเก็บรักษาพวกเขาเหล่านั้นไว้ให้ดี ๆ นะคะ เพราะภาวะแบบนี้มันยากจริง ๆ ที่จะหาลูกค้าใหม่ คุณอาจจะใช้วิธีพึ่งพากันระหว่างธุรกิจของคุณและกับของลูกค้า เพื่อให้เกิดการเป็นพาร์ทเนอร์ซึ่งกันและกัน การดูแลแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน จะช่วยให้เรา win-win ด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง

            ใครกำลังประสบกับปัญหาจากวิกฤตตรงนี้ สามารถลองเอาคำแนะนำข้างต้นนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเองดูได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือการเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ เพราะอย่างไรเสีย เราก็ยังต้องเจอกับปัญหาอยู่เรื่อย ๆ สู้กับมันให้เต็มที่ ขอเป็นกำลังดี ๆ ให้กับทุกคนนะคะ

ยิง ads google อย่างไรให้ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น

ยิง ads google อย่างไรให้ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น

 

 

การลงโฆษณาออนไลน์นั้น ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยให้เราได้กลุ่มลูกค้าเพิ่ม แม้ว่าในกระบวนการทำตลาดออนไลน์ เราสามารถหาลูกค้าได้หลากหลายวิธี ไม่จำเป็นที่จะต้องลงโฆษณาอย่างเดียว อาทิเช่น การลงประกาศในเว็บไซต์ที่เปิดให้ลงประกาศฟรี การลงขายสินค้าในเว็บ eCommerce หรือการทำ SEO ที่เป็นการทำอันดับ ให้เว็บของเรานั้นมีอันดับที่ดีในเครื่องมือค้นหา แต่หลายคนก็ไม่ละเลยที่จะศึกษาแนวทางการลงโฆษณา เพราะการลงโฆษณาออนไลน์ เป็นช่องทางที่เรามั่นใจได้ว่าจะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายมาก ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งรอนาน ช่องทางอื่นนั้น เราอาจจะต้องรอเป็นเวลานาน กว่าที่เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งอาจจะใช้เวลานับเดือนนับปีเลยก็ได้ แตกต่างกับการลงโฆษณา ที่จะช่วยให้เราเห็นผลลัพธ์ที่ดีทันทีที่สินค้าหรือบริการของเราถูกนำเสนอออกไป ทั้งนี้เราก็มีแนวคิดในการลงโฆษณาออนไลน์ ที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จ ในการทำตลาดออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว โดยที่ท่านไม่ต้องรอนานเป็นเดือนเป็นปีเหมือนกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีอื่น

 

 

แนวทางในการเริ่มต้นยิง ads google เพื่อที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จได้นั้น ช่วงเริ่มต้น ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือเราจะต้องใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด และพยายามนำเสนอสินค้าให้ดูกว้างมากที่สุด ปกติแล้วหลายคนอาจจะไม่ใช้วิธีนี้ เพราะการใช้วิธีนี้นั้นจะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายประเภท ทั้งลูกค้าที่สนใจสินค้าของเราจริงๆ และกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้สนใจสินค้าเลยก็ได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการที่เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายนั้น จะช่วยให้เราทราบได้ว่า ตกลงแล้วกลุ่มเปา้มหายที่แท้จริงนั้น หรือลูกค้าที่มีความสนใจที่จะซื้อสินค้าจริงๆ มักจะค้นหาคีย์เวิร์ดอะไรกันแน่ เราจะได้รู้ว่าคีย์เวิร์ดไหน หรือเราจะต้องใช้คำประมาณไหน จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี แต่หากเราเริ่มต้นด้วยการเจาะจงคีย์เวิร์ดมากเกินไป โดยใช้คำเพียงไม่กี่คำ เพราะต้องการลดความเสี่ยงนั้น บอกเลยว่าวิธีนี้จะทำให้เราเสียโอกาสเยอะมาก เพราะเราอาจจะขายได้เร็ว และมีค่าใช้จ่ายในการโฆษณาค่อนข้างต่ำก็จริง แต่เราจะไม่ได้กลุ่มลูกค้าเยอะแยะมากมาย ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่นได้เลย เราจะได้ขายเพียงแค่กลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียว เมื่อไหร่ก็ตามที่กลุ่มลูกค้ากลุ่มนั้นหมดไป หรือเราได้ขายให้กับลูกค้าในกลุ่มนั้นครบทุกคนแล้ว ธุรกิจของเราก็ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ จึงทำให้เราขาดโอกาสที่จะได้ขยายตลาด สุดท้ายแล้วเราก็จะต้องปิดตัวลงไปในอนาคต

 

ดังนั้นในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้านั้น ให้เราเริ่มต้นด้วยการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง พยายามใส่คีย์เวิร์ดกว้างๆ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้เห็นกลุ่มลูกค้าอย่างหลากหลาย ที่เข้ามาสนใจหรือเลือกซื้อสินค้าของเรา แล้วเราค่อยคัดเอากลุ่มลูกค้าที่สนใจที่จะซื้อสินค้าจริงๆก็ได้

 

หลายๆคนอาจจะไม่ชอบการลงโฆษณากับ Google เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มักจะต้องจ่ายเป็นคลิก เมื่อมีคนคลิกเข้ามาชมเว็บ ก็ต้องจ่ายค่าโฆษณาออกไปแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าการโฆษณาผ่าน Google หรือการยิง ads google นั้น สามารถเจาะจงกลุ่มคนได้ โดยเจาะจงเฉพาะคนที่สนใจสินค้าจริงๆได้ไม่ยาก ก็จะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่มีความต้องการซื้อสินค้ามากกว่า ซึ่งการที่เราสามารถที่จะเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจตัวสินค้าจริงๆ เราสามารถที่จะปิดการขายได้ง่ายมาก เพราะกลุ่มเป้าหมายมีความต้องการอยู่แล้ว หรืออาจจะมีความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าอยู่แล้ว จึงมีความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักสินค้ามาก่อนเลย จึงไม่แปลกที่การลงโฆษณากับ Google นั้น แม้จะเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายสูงก็จริง แต่ก็ทำให้ธุรกิจเห็นผลลัพธ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ บางธุรกิจยอมขาดทุนจากการลองผิดลองถูก โดยการลงโฆษณา Google ดูก่อนในช่วงแรก ยอมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลายกลุ่ม เพื่อที่จะทราบได้ว่ากลุ่มลูกค้ามีกลุ่มไหนบ้าง ก็จะช่วยให้ทราบถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง เมื่อทราบแล้ว ก็กลับมาผลิตสินค้าเพื่อให้ทันตามความต้องการ บางธุรกิจผลิตสินค้าส่งขายไม่ทันกันเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่ารู้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมด จนสามารถขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว

 

 

Quicklinks
News
Technology
Business
Lifestyle
Health
รีวิวสินค้าและบริการ
ข่าวPR
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ เทคนิคการทำธุรกิจ รีวิวสินค้าและบริการ ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี
128209
วันนี้
เมื่อวาน
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
224
389
11970
128209

สนใจลงโฆษณา/ฝากข่าวPR
 092-894-9249
 LineID : @finexworld
finexdesign.info@gmail.com